ปกป้องสเต็มเซลล์ผิวชั้น Epidermis จากรังสี UV
PhytoCellTec™ Alp Rose สามารถรักษาพลังชีวิตของสเต็มเซลล์ให้คงอยู่แม้จะโดนรังสี UV ทำร้าย

ผลการป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้นจากผิวของ PhytoCellTecT™ Alp Rose (Ski holiday)
ผลของการใช้ PhytoCellTec™ Alp Rose ในสภาพอากาศที่รุนแรงเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ พบว่า PhytoCellTec™ Alp Rose สามารถป้องกันผิวจากการสูญเสียน้ำ (dehydration) ได้โดยลดการสูญเสียน้ำจากผิวลงถึงร้อยละ 39

ผลการศึกษาในแง่การลดริ้วรอยที่มองเห็นได้และรอยแดงบนผิวของ PhytoCellTec™ Alp Rose (Ski holiday)
ริ้วรอยที่มองเห็นได้และรอยแดง (การระคายเคือง) ลดลงถึงร้อยละ 45 และ 54 ตามลำดับ

PhytoCellTec™ Alp Rose

PhytoCellTec™ Alp Rose (ไฟโตเซลล์เทค แอลป์โรส) เป็นสารออกฤทธิ์ที่ได้มาจากสเต็มเซลล์ส่วนใบของกุหลาบบนเทือกเขาแอลป์ (alpine rose leaves)

กุหลาบจากเทือกเขาแอลป์ (Alpine Rose)
กุหลาบจากเทือกเขาแอลป์ (Alpine rose) เป็นพืชดอกที่พบได้ทั่วไปบนเทือกเขาแอลป์ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ดอกของมันมีสีชมพูสดใสและเติบโตที่ความสูงระดับ 3200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ใบของกุหลาบพันธุ์นี้เขียวชอุ่มตลอดปีและมีความทนทานเป็นพิเศษต่อรังสี UV ในปริมาณสูง ในบรรยากาศที่แห้งแล้งและหนาวเหน็บ ใบมีความทนทาน มีสีเขียวสดใสแม้ในช่วงที่หิมะละลายตอนฤดูใบไม้ผลิ เหตุที่เกิดเช่นนี้ได้ก็เพราะว่าในใบของกุหลาบพันธุ์นี้มีโปรตีนพิเศษชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า “Dehydrin” (ดีไฮดริน)

Plant stem cells for skin stem cells (สเต็มเซลล์จากพืชเพื่อการดูแลสเต็มเซลล์ของผิว)
นักวิจัยของทาง Mibelle Biochemistry ใช้เวลาศึกษาร่วมหลายปีในการค้นหาสารออกฤทธิ์ที่มีใน alpine rose และสารที่มีคุณสมบัติให้การปกป้องที่พิเศษ นั่นก็คือ Dehydrin ซึ่งเป็นสารโปรตีนที่ช่วยกักเก็บน้ำได้ (water-retaining) โดยนวัตกรรมจากเทคโนโลยี PhytoCellTec™ ทำให้เราสามารถพัฒนาสูตรตำรับที่ได้จากสเต็มเซลล์ที่อยู่ในใบพืช ซึ่งก็คือ PhytoCellTec™ Alp Rose โดยนำมาใช้รักษาผิวหนังที่แห้งหรือถูกทำร้าย อีกทั้งยังได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากสิ่งต่างๆรอบตัวอีกด้วย

ผลของ PhytoCellTec™ Alp Rose ที่มีต่อผิว
Mibelle Biochemistry แสดงให้เห็นถึงการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า PhytoCellTec™ Alp Rose สามารถเพิ่มพลังชีวิต (vitality) และทำให้อายุของสเต็มเซลล์ยืนยาวขึ้นได้ (longevity) ทั้งยังช่วยให้ปราการ (barrier) ของผิวแข็งแรงขึ้น และให้การปกป้องที่ดีขึ้นแก่ผิวเมื่อต้องเจอกับสภาพอากาศที่ทำร้ายผิว

สรุป
ประสิทธิภาพของ PhytoCellTec™ Alp Rose ให้ผลที่สำคัญใน 2 ลักษณะ คือ การใช้สเต็มเซลล์จากพืชในการชะลอความชราของผิวโดยการรักษาพลังชีวิตของสเต็มเซลล์ผิวให้คงอยู่ จึงคงความอ่อนเยาว์ของผิวให้นานขึ้นและช่วยให้ผิวดูดี มีชีวิตชีวาและในขณะเดียวกัน PhytoCellTec™ Alp Rose ยังช่วยปกป้องผิวด้วยสารออกฤทธิ์ที่มีความพิเศษในด้านการป้องกัน (special protective) ซึ่งได้จากกุหลาบบนเทือกเขาแอลป์ซึ่งมีความทนทานสูง

การปกป้อง Epidermal stem cells จากรังสี UV
Epidermal stem cells (สเต็มเซลล์ของผิวชั้น Epidermis) ถูกนำมาเพาะเลี้ยงโดยกลุ่มหนึ่งมีการเติม PhytoCellTec™ Alp Rose ลงไปส่วนอีกกลุ่มหนึ่งไม่มีการเติมสารออกฤทธิ์ใดๆ (untreated) จากนั้นนำจานเพาะเลี้ยงทั้งสองกลุ่มไปฉายรังสีทั้ง UVA และ UVB แล้วทำการวัดความสามารถในการสร้างโคโลนี (colony-forming efficiency หรือ CFE) ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าการฉายรังสี UV ในกลุ่มสเต็มเซลล์ที่ไม่เติมสารใดๆเลย จะทำให้ความสามารถในการรวมกลุ่มของสเต็มเซลล์ลดลงอย่างมาก แต่ในกลุ่มสเต็มเซลล์ที่มีการเติม PhytoCellTec™ Alp Rose ลงไปพบว่าความสามารถในการสร้างโคโลนี ของสเต็มเซลล์กลับเพิ่มขึ้น (บ่งบอกถึงการเพิ่มพลังชีวิตของสเต็มเซลล์) และเพิ่มการป้องกันของผิวต่อรังสี UV อย่างมีนัยสำคัญ (ดังภาพ)

การศึกษาผลการป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้นจากผิวของ PhytoCellTec™ Alp Rose (Ski holiday)
กลุ่มตัวอย่างจำนวน 22 คน ได้ทำการทาครีมกันแดด SPF 30 ในระหว่างที่ไปเล่นสกีช่วงวันหยุดยาวเป็นเวลา 1 สัปดาห์(ในช่วงเดือนมีนาคมบนเทือกเขาแอลป์) เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของ PhytoCellTec™ Alp Rose ต่อผิวที่ต้องเจอกับสภาพอากาศที่รุนแรง ครีมกันแดดที่ไม่มี PhytoCellTec™ Alp Rose อยู่ถูกทาลงบนครึ่งใบหน้าของอาสาสมัครส่วนอีกครึ่งหนึ่งของใบหน้าจะทาด้วยครีมกันแดดที่มี PhytoCellTec™ Alp Rose ผสมอยู่ด้วย และหลังจากกลับจากช่วงหยุดยาวได้ครบ 1 สัปดาห์ก็ได้ทำการวัดค่าการสูญเสียความชุ่มชื้นในผิวหน้า ซึ่งผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าลดปริมาณน้ำที่สูญเสียได้ถึงร้อยละ 39 จากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ PhytoCellTec™ Alp Rose เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งบ่งบอกได้ว่า PhytoCellTec™ Alp Rose สามารถเสริม เกราะป้องกันผิวหนังให้แข็งแรงขึ้นและยังเพิ่มความทนทานของผิวหนังต่อสภาพสิ่งแวดล้อมที่มีความรุนแรง เช่น รังสี UV, ลม, อากาศที่หนาวเหน็บและความแห้งของบรรยากาศ (ดังภาพ)