รูปภาพที่ 1
การใช้ PhytoCellTec™ nunatak® พบว่าช่วยปกป้อง Dermal stem cells (สเต็มเซลล์ของผิวชั้น Dermis) จากรังสี UV ได้ โดยพบว่าจำนวนของสเต็มเซลล์ที่เป็นทรงกลมสูงกว่าถึงร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับสเต็มเซลล์กลุ่มที่ไม่ได้เติมสาร PhytoCellTec™ nunatak® ลงไปเลย

รูปภาพที่ 2
ภาพถ่ายจากคลื่นความถี่สูง (ultrasonography) ของชั้นผิวทั้งก่อนและหลังการใช้ PhytoCellTec™ nunatak®

รูปภาพที่ 3
การใช้ PhytoCellTec™ nunatak® ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของผิวได้อย่างมีนัยสำคัญ

รูปภาพที่ 4
PhytoCellTec™ nunatak® ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความตึงกระชับของผิวได้

PhytoCellTec™ nunatak®

PhytoCellTec™ nunatak® (ไฟโตเซลล์เทค นูนาแทค) เป็นสารออกฤทธิ์ที่ได้มาจากสเต็มเซลล์ของ Saponaria pumila (ซาโปนาเรีย พูมิลา) ซึ่งเป็นพืชจากเทือกเขาแอลป์ที่อยู่รอดได้ตั้งแต่ยุคน้ำแข็งตอนปลาย

Saponaria pumila
Saponaria pumila เป็นพืชที่ทนสภาพอากาศรุนแรงบนเทือกเขาแอลป์ได้และอยู่รอดมาได้ตั้งแต่ยุคน้ำแข็งตอนปลาย โดยเคลื่อนย้ายตัวเองไปอยู่บริเวณยอดเขาที่ปราศจากน้ำแข็งที่เรียกว่า Nunataks (นูนาแทค) เนื่องจากพืชชนิดนี้ต้องเผชิญกับอากาศหนาวเย็นและรังสี UV อยู่เสมอ ทำให้พืชต้องสร้างในการกลไกปกป้องตัวและซ่อมแซมตัวเองจากสภาพอากาศที่รุนแรงดังกล่าว

Plant stem cells for skin stem cells (สเต็มเซลล์จากพืชเพื่อการดูแลสเต็มเซลล์ของผิว)
ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยี PhytoCellTec™ ทำให้สามารถเลี้ยงสเต็มเซลล์จากพืชจนเติบโตได้ในปริมาณมากและยังสามารถเพาะเลี้ยงพืชที่หายากและพืชอนุรักษ์ เช่น Saponaria pumila ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้พืชเหล่านี้สามารถนำมาใช้ในทางเครื่องสำอางได้

ผลของ PhytoCellTec™ nunatak® ที่มีต่อผิว
Mibelle Biochemistry ได้แสดงถึงการศึกษาความสามารถของ PhytoCellTec™ nunatak® ในการรักษาศักยภาพด้านการสร้างเซลล์ผิวใหม่ของ Dermal stem cells (สเต็มเซลล์ในผิวชั้น Dermis) ให้คงอยู่ แม้โดนทำร้ายจากแสง UV ซึ่งการปกป้องผิวนี้นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของความยืดหยุ่น ความกระชับและความหนาแน่นของผิวหลังจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี PhytoCellTec™ nunatak® เป็นเวลา 4 สัปดาห์

สรุป
เนื่องด้วยเทคโนโลยี PhytoCellTec™ ทำให้เราสามารถนำศักยภาพการอยู่รอดในสภาพอากาศรุนแรงของพืช Saponaria pumila มาสู่ผิวของเราเพื่อที่จะปกป้องผิวจากปัจจัยต่างๆในสิ่งที่แวดล้อมซึ่งนำไปสู่การชราของผิว

การปกป้อง Dermal stem cells จากรังสี UV
Dermal stem cells ถูกนำมาเพาะเลี้ยง โดยกลุ่มหนึ่งมีการเติม PhytoCellTec™ nunatak® ลงไปส่วนอีกกลุ่มหนึ่งไม่มีการเติมสารออกฤทธิ์ใดๆ (untreated) จากนั้นนำจานเพาะเลี้ยงทั้งสองกลุ่มไปฉายรังสีทั้ง UVA และ UVB แล้วทำการวัดค่าความสามารถในการสร้างโคโลนีเป็นทรงกลมในลักษณะโครงสร้างแบบสามมิติของสเต็มเซลล์ ผลลัพธ์ที่ออกมาคือ เมื่อฉายรังสี UV ให้กลุ่ม สเต็มเซลล์ที่ไม่เติมสารใดๆ จะทำให้จำนวนสเต็มเซลล์ที่เป็นทรงกลมลดลงอย่างมาก แต่ในกลุ่มสเต็มเซลล์ที่มีการเติม PhytoCellTec™ nunatak® ลงไปพบว่าจำนวนสเต็มเซลล์ที่เป็นทรงกลมมากกว่าถึงร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับกลุ่มสเต็มเซลล์ที่ไม่เติมสารใดๆเลย (ภาพที่ 1)

การเพิ่มความหนาแน่นของผิว
โครงสร้างเนื้อเยื่อในผิวชั้น Dermis ของท้องแขนทั้ง 2 ข้างในอาสาสมัครที่มีผิวซึ่งถูกทำร้ายด้วยแสงแดดได้ถูกถ่ายภาพโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasonography) ทั้งก่อนและหลังใช้ PhytoCellTec™ nunatak® (ภาพที่ 2) ในภาพถ่ายพบว่าส่วนของชั้นผิว Dermis จะมีสีที่สว่างสดใสส่วนตรงที่เป็นแถบมืดนั้นเราจะเรียกว่า SLEB (Subepidermal low ecogenic band) ซึ่ง SLEB นั้นเป็นผลลัพธ์จากการที่โครงสร้างของ Dermis ถูกทำลาย โดยมักพบได้ในผิวที่ชราหรือถูกทำลายโดยรังสี UV ผลลัพธ์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าหลังจากใช้ PhytoCellTecTM nunatak® เป็นเวลา 28 วันสามารถลดจำนวนของ SLEB และเพิ่มความหนาแน่นของเนื้อเยื่อในชั้นผิว Dermis ได้อย่างมีนัยสำคัญ (ภาพที่ 3)

การเพิ่มความยืดหยุ่นและตึงกระชับของผิว
ผลของ PhytoCellTec™ nunatak® ที่มีต่อความยิดหยุ่นและความตึงกระชับของผิวได้ถูกทำการศึกษาในอาสาสมัครจำนวน 20 คน ซึ่งมีผิวที่ถูกทำร้ายโดยแสงแดด อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 53.5 ปี ซึ่งทาครีมที่มี 0.4% ของ PhytoCellTec™ nunatak® ลงบนท้องแขนของอาสาสมัครวันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 28 วัน ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าทั้งความยืดหยุ่นและความตึงกระชับของผิวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับตอนเริ่มการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความตึงกระชับพบว่าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับการใช้ครีมที่ไม่มี PhytoCellTec™ nunatak® ภายหลังการใช้เพียง 1 เดือน (รูปภาพที่ 4)