รูปภาพที่ 1
ผิวที่ยังอ่อนเยาว์ พบว่า Epidermal stem cells แบ่งตัวได้เร็วและประสิทธิภาพ (รูปด้านซ้าย) ซึ่งตรงข้ามกับสเต็มเซลล์ที่แก่ชรา (รูปด้านขวา) การแก่ชราของสเต็มเซลล์ส่งผลให้เซลล์เคราติโนไซต์ (Keratinocytes) ที่แบ่งตัวได้นั้นมีขนาดเล็กลง (เซลล์ในแถบสีน้ำเงินเข้ม) ซึ่งนำไปสู่ผิวชั้น Epidermis ที่บางลงและอัตราการเกิดใหม่ของผิวต่ำลง

รูปภาพที่ 2
PhytoCellTec™ Symphytum ช่วยเพิ่มความหนาของผิวชั้น Epidermis และปริมาณของกรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic acid) ในรูปแบบ 3 มิติของผิวชั้น epidermis ภายใต้สภาวะจำลองผิวที่แก่ชรา

รูปภาพที่ 3
PhytoCellTec™ Symphytum เพิ่มการสร้างเซลล์ผิวใหม่ (= ลดระยะเวลาที่ใช้ในการสร้างเซลล์ผิวใหม่)

PhytoCellTec™ Symphytum

PhytoCellTec™ Symphytum (ไฟโตเซลล์เทค ซิมไฟตัม) เป็นสารออกฤทธิ์ที่ได้มาจากสเต็มเซลล์ส่วนรากของต้นคอมเฟรย์ (Comfrey) ซึ่งช่วยเร่งการเกิดใหม่ของผิวผ่านการกระตุ้นการทำงานของสเต็มเซลล์ในผิวชั้น Epidermis

Symphytum officinale หรือ comfrey
Symphytum officinale ได้ถูกใช้เป็นพืชสมุนไพรมากว่าหลายร้อยปีแล้ว คำว่า Symphytum มาจากคำในภาษากรีก โดยคำว่า symphyo มีความหมายว่า “เติบโตไปด้วยกัน” และคำว่า phyton มีความหมายว่า”พืช” ในสมัยกรีกโบราณได้มีการใช้ symphytum เพื่อรักษาอาการกระดูกแตกหักและเร่งกระบวนการซ่อมแซมแผลของร่างกาย ปัจจุบันยังมีการใช้พืชชนิดนี้ในลักษณะการใช้ภายนอกเพื่อรักษาบาดแผลและอาการข้อ/กล้ามเนื้ออักเสบหรือได้รับบาดเจ็บ

Epidermal stem cells และหน้าที่ของสเต็มเซลล์
Epidermal stem cells (สเต็มเซลล์ในชั้นผิว Epidermis) อยู่บริเวณฐานด้านล่างสุดของผิวชั้น Epidermis ซึ่งมีการแบ่งตัวและเปลี่ยนแปลงกลายไปเป็นเนื้อเยื่อเซลล์เพื่อแทนที่เซลล์ผิวเก่าที่หลุดออกไป ซึ่งการเกิดใหม่อย่างคงที่ของเซลล์ผิวนั้นสำคัญต่อคุณภาพของผิวในการเป็นเกราะป้องกัน (barrier) ให้ผิวคงความเรียบเนียนและสีผิวสม่ำเสมอเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตามเมื่อเราอายุมากขึ้น กระบวนการเกิดใหม่ของเซลล์ผิวจะช้าลงเนื่องมาจาก Epidermal stem cells ก็แก่ชราและความสามารถในการสร้างเซลล์ใหม่ช้าลง ทั้งหมดนี้นำไปสู่ผิวที่บางลง, แห้งและหยาบกร้านซึ่งทำให้ผิวดูหมองลงไม่สดใส (ดูภาพ 1)

การชราของสเต็มเซลล์ของผิวสามารถป้องกันได้
Epidermal stem cells ที่ถูกแยกออกมาจากผิวมนุษย์ได้ถูกนำมาเพาะเลี้ยง “แบบปกติ” ในอาหารเลี้ยงที่มีสารอาหารและสารเร่งการเจริญเติบโต (Growth factors) ซึ่งเลียนแบบสภาวะในผิวที่อ่อนวัย ซึ่งพบว่าสเต็มเซลล์เหล่านี้สามารถสร้างเนื้อเยื่อบุผิว (Stratified epidermis) ที่มีปริมาณ Hyaluronic acid (HA) ปริมาณสูงได้เป็นอย่างดี (ภาพที่ 2 แถวด้านซ้าย)

ผลลัพธ์ข้างต้นได้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับสเต็มเซลล์ที่ถูกเพาะเลี้ยงในอาหารเลี้ยงที่มีการออกแบบมาอย่างพิเศษซึ่ง ”เลียนแบบสภาวะในผิวที่แก่ชรา (“Pro-aging medium”) และพบว่า Epidermal stem cells ที่ถูกเพาะเลี้ยงในอาหารเลี้ยงชนิดนี้จะมีความสามารถในการแบ่งตัวลดลง (ภาพที่ 2) ผิวหนังชั้น Epidermis ที่เติบโตใน Pro-aging medium จะมีลักษณะที่บางมาก มีปริมาณของ Hyaluronic acid ต่ำและจำนวนชั้นเซลล์น้อยกว่าเซลล์ที่เติบโตในอาหารเลี้ยงของผิวอ่อนเยาว์ (ภาพที่ 2 แถวกลาง)

อย่างไรก็ตาม Epidermal stem cells ที่ถูกเพาะเลี้ยงใน Pro-aging medium และมีการเติมสารสกัดจากสเต็มเซลล์ของ Symphytum จะสามารถสร้างชั้นผิว Epidermis ได้หนากว่าและมีความแน่นของเนื้อเยื่อในผิวชั้น epidermis มากกว่า อีกทั้งยังเพิ่มปริมาณของ Hyaluronic acid อีกด้วยเมื่อเทียบกับสเต็มเซลล์ที่ไม่ได้เติมสารออกฤทธ์ใดๆ (ภาพที่ 2 แถวด้านขวา) ผลลัพธ์ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากสเต็มเซลล์ของ Symphytum สามารถช่วยให้ Epidermal stem cells ที่ถูกจำลองสภาวะให้แก่ชรายังคงมีความสามารถในการสร้างเซลล์เนื้อเยื่อใหม่ในแม้อยู่ในระหว่างกระบวนการชราก็ตาม

เพิ่มได้ทั้งความเรียบเนียนของผิวและจำนวนครั้งของการสร้างเซลล์ผิวใหม่
จากการศึกษาได้มีการประเมินผลของ PhytoCellTec™ Symphytum ที่มีต่อการสร้างเซลล์ผิวใหม่ในชั้น Epidermis อาสาสมัครหญิงจำนวน 20 คนที่มีช่วงอายุ 40 ถึง 60 ปี ใช้ครีมที่มี PhytoCellTec™ Symphytum โดยทาลงบนผิววันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 56 วัน ผลลัพธ์คือสามารถลดระยะเวลาที่ใช้การสร้างผิวใหม่ได้ถึงร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ใช้ครีมที่ไม่มี PhytoCellTec™ Symphytum อยู่ (placebo) และสามารถช่วยเพิ่มความเรียบเนียนของผิวได้ถึงร้อยละ 12โดยประมาณ (ภาพที่ 3) ดังนั้น สรุปได้ว่า PhytoCellTec™ Symphytum สามารถคืนความอ่อนเยาว์ตั้งแต่ผิวด้านในสุดของชั้น Epidermis และทำให้ผิวทั้งเรียบเนียนและสีผิวสม่ำเสมอ